ประเทศไทยยุค 4.0 คืออะไร

เตรียมตัวให้พร้อมกับ Smart Thai Biz : Digital Innovation for Business

ผ่านไปแล้วกับกิจกรรมอบรมเชิงปฎิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อให้พร้อมก้าวทันนโยบาย Thailand 4.0 (Digital Innovation for Business)”  เมื่อวันที่ 9 และ 17 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ที่ทาง aCommerce ได้รับเกียรติจากโครงการ #SMARTTHAIBIZ ให้ไปเป็นวิทยากร โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือกันจากทั้งทางภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สสว. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ CONC Thammasat Business School

ประเทศไทยยุค 4.0

 

จะทำอย่างไร? ในเมื่อเทรนด์ของผู้บริโภคทุกคนเปลี่ยนไปจาก Offline to Online, Mobile trend ที่ทำให้การบริโภค TV อยู่ที่วันละ 2.6 ชั่วโมง ในขณะที่ Smartphone วันละ 4.2 ชั่วโมง, โครงการสำหรับผู้ประกอบการไทยที่อยากจะพัฒนาต่อยอดธุรกิจด้วยความคิดใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และก้าวทันโลกยุคดิจิตอลที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้พร้อมรับมือกับยุคประเทศไทยยุค 4.0

3 Marketing Manager แห่ง aCommerce สามหนุ่มสามสไตล์ หลากประสบการณ์ ได้มาแชร์ไอเดีย และเรื่องราวในตลาดอีคอมเมิร์ชผ่านมมุมมองของตัวเองที่ผ่านมาให้ผู้ร่วมอบรมได้ฟังกัน ลองมาดูมุมมองคร่าวๆ ของแต่ละคนกัน

“หลายบริษัทเริ่มต้นแบบไม่ชัดเจนในเป้าหมาย ใช้วิธีการเดิมๆ ที่เคยสำเร็จในวันก่อนแล้วภาวนาว่ามันจะสำเร็จอีกครั้งในอนาคต แต่การตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก สิ่งที่เคยสำเร็จกับสินค้าหมวดหนึ่ง ไม่ใช่จะสำเร็จกับสินค้าอีกหมวดหนึ่งเสมอไป จะรู้ได้คือการลงมือทำ และวัดผลเท่านั้น” – จรัส จรัสรุ่งเรืองชัย

“ยอดการใช้ smartphone ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น และสร้างช่องทางใหม่ให้ธุรกิจ SME ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์จึงเป็นโอกาสสำคัญของ SME เนื่องจากสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเอง มีต้นทุนเริ่มที่ต่ำ และสามารถวัดผลลัพธ์เพื่อพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว”- กรวุฒิ ปวิตรปก

“ไม่ใช่แค่ธุรกิจขายของ Retail ที่สามารถใช้โอกาสจาก internet เราเริ่มเห็นธุรกิจบริการ ธุรกิจ Finance ประกัน ใช้ประโยชน์จากการใช้สื่อออนไลน์ และให้เกิดการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น เช่นเอเชียประกันภัยที่ขายประกันมือถือออนไลน์  แม้กระทั่งสินค้าใหญ่ๆ อย่างรถยนต์ก็ซื้อขายออนไลน์ได้ อย่างในจีน 11/11 ที่ผ่านมา Alibaba สามารถขายรถได้ 6,500 คันภายใน 24 ชม.” – กวิน ภาณุสิทธิกร

ภาพบรรยากาศผู้เข้าร่วมอบรม ถามคำถามเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์

ประเทศไทยยุค 4.0

 

Key Takeaways:

  • ก่อนเริ่มทำการตลาดออนไลน์ ทุกธุรกิจควรวิเคราะห์และเข้าใจในตัวเอง คู่แข่ง ตลาด และลูกค้า ว่าลูกค้าคือใคร สนใจอะไร มีพฤติกรรมอย่างไร (What? Why? And How?) เพื่อที่จะได้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ถูกกลุ่ม ถูกเวลา และถูกวัตถุประสงค์ (Right person, right time, Right message) เช่น KFC มีการปล่อยโฆษณาโดยเน้นตามช่วงเวลาก่อนมื้ออาหารแต่ละมือ เป็นต้น
  • เครื่องมือแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของสินค้า/บริการได้มีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากแต่ละช่องทางมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน จึงมีความจำเป็นต้องลเอกให้เหมาะสมเพื่อให้ทุกการลงทุนคุ่มค่า เช่น Youtube เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการสื่อถึง Emotional benefit, Content, Story Telling หรือ Facebook เหมาะสำหรับสินค้า/บริการที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักเนื่องจากฐานคนไทยส่วนใหญ่นิยมเล่นและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายสุด หรือ Google AdWords เหมาะสำหรับสินค้า/บริการที่มีคนค้นหาผ่านเว็บไซต์หรือมีความสนใจอยู่แล้ว เป็นต้น
  • 1 ใน Key Success Factor ของตลาดออนไลน์ คือ ฐาน Data และความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยมี Metrics หรือตัวชี้วัด เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และต่อยอดข้อมูลได้อย่างแม่นยำ เช่น Impression, Click through rate, Conversion rate, CAC และอื่นๆ
  • หากใครทำเว็บไซต์จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่อง Mobile Site Speed และ Mobile Responsive เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปใช้มือถือมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับในการสร้างความสำเร็จในการตลาดออนไลน์อื่นๆ อีกมากมาย ร่วมติดตามได้ผ่าน aCommerce Facebook Page